• ประเทศอังกฤษ
  • 03:19 23 พฤศจิกายน 2009

สหราชอาณาจักรได้รับรางวัลโนเบลสำหรับการบุกเบิกด้านใยแก้วนำแสง (28/10/2009)

รัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักรต่างสดุดีการประกาศมอบรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ประจำปี พ.ศ. 2552 ให้แก่ ชาลส์ เค. เคา (Charles K. Kao) ซึ่งเป็นผู้ค้นพบการพัฒนาด้านใยแก้วนำแสงขณะทำงานอยู่ในสหราชอาณาจักรในช่วงปี พ.ศ. 2503 – พ.ศ. 2512

ราชบัณฑิตสภาด้านวิทยาศาสตร์แห่งสวีเดน (The Royal Swedish Academy of Sciences) กล่าวว่าทางราชบัณฑิตฯ ได้ประกาศมอบรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ประจำปีพ.ศ. 2552 สำหรับความสำเร็จก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์รวมสองผลงานด้วยกัน ซึ่งเป็นผลงานทางวิทยาศาตร์ที่ถือได้ว่าเป็นการวางรากฐานสังคมเครือข่ายให้กับโลกปัจจุบัน  รางวัลส่วนที่หนึ่งนั้นได้มอบให้แก่ ชาลส์ เค. เคา (Charles K. Kao) “สำหรับความสำเร็จในการบุกเบิกเกี่ยวกับการส่งผ่านแสงในเส้นใยแก้วเพื่อการสื่อสารด้วยแสง” และรางวัลอีกส่วนหนึ่งได้มอบให้แก่ วิลลาร์ด เอส. บอยล์ (Willard S. Boyle) และ จอร์จ อี. สมิธ (George E. Smith) “สำหรับนวัตกรรมการสร้างภาพด้วยวงจรกึ่งตัวนำ หรือซีซีดีเซ็นเซอร์ (CCD sensor)”

ชาลส์ เค. เคา (Charles K. Kao) เกิดในปีพ.ศ. 2476 ในประเทศจีน และเป็นพลเมืองชาวอังกฤษ โดยได้ทำงานอยู่ที่ห้องทดลองมาตรฐานโทรคมนาคม (Standard Telecommunication Laboratories) ในเมืองฮาร์โลว์ในประเทศอังกฤษ และยังมีตำแหน่หน้าที่อยู่ในมหาวิทยาลัยจีนแห่งฮ่องกงอีกด้วย

รัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมแห่งประเทศอังกฤษ ลอร์ด เดรย์สัน (Lord Drayson) กล่าวว่า

“ผมรู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่งในการแสดงความยินดีต่อ ชาลส์ เค. เคา (Charles K. Kao) ในวาระของความสำเร็จอันยิ่งใหญ่นี้  วันนี้เป็นวันแห่งความภาคภูมิใจสำหรับชาลส์เองและประเทศของเราโดยรวม  ความสำเร็จของชาลส์ในด้านเทคโนโลยีใยแก้วนำแสงได้ก่อให้เกิดการปฏิรูปด้านการสื่อสาร ความบันเทิง และการประกอบธุรกิจของโลก”

“รางวัลนี้ได้แสดงให้เห็นถึงการมีส่วนช่วยอย่างใหญ่หลวงของนักวิจัยแห่งสหราชอาณาจักรต่อวงการวิทยาศาสตร์  ผมได้แต่หวังว่ารางวัลนี้จะมีส่วนช่วยเป็นแรงบันดาลใจให้นักวิทยาศาสตร์ในรุ่นต่อๆ ไปได้เจริญรอยตามแนวทางที่ชาลส์ได้วางไว้ และร่วมกันฝ่าฟันความท้าทายให้ประเทศของเราเป็นผู้นำในด้านวิทยาศาตร์และเทคโนโลยีต่อไป”

รัฐมนตรีทบวงการค้า การลงทุนและธุรกิจขนาดย่อม ลอร์ด เดวี่ส์ แห่งอเบอร์ซอคห์ (Lord Davies of Abersoch) กล่าวว่า

“รางวัลนี้ได้แสดงให้เห็นว่าความสำเร็จย่อมจะเกิดขึ้นได้ หากเราร่วมแรงร่วมใจกันประสานความสามารถพิเศษจากนานาประเทศเข้ากับความเป็นเลิศด้านวิชาการและสภาพการณ์ทางธุรกิจที่ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีในสหราชอาณาจักรเรา  สหราชอาณาจักรนั้นเป็นประเทศที่มีความคิดสร้างสรรค์ที่โดดเด่นเกิดขึ้นมากมายและซึ่งสามารถต่อยอดไปได้อีกอย่างต่อเนื่อง  ผมขอแสดงความยินดีกับ ชาลส์ เค. เคา (Charles K. Kao) และผมหวังว่าผู้ที่จะได้รับรางวัลโนเบลในอนาคตจะมองมาที่สหราชอาณาจักร ฐานที่เป็นประเทศที่พวกเขาเหล่านั้นสามารถประสบความสำเร็จเช่นเดียวกันนี้ได้”

รายงานชิ้นหนึ่งที่ได้มีการจัดพิมพ์ขึ้นในเดือนนี้ คือ ผลการปฏิบัติงานวิจัยแห่งสหราชอาณาจักรเกี่ยวกับเกณฑ์มาตรฐานด้านการศึกษาในปีพ.ศ. 2552 ได้ชี้ให้เห็นว่าการวิจัยในสหราชอาณาจักรนั้น ยังคงประสบผลสำเร็จและมีประสิทธิภาพมากที่สุดในประเทศกลุ่มจี 8 ด้วยกัน

การศึกษาเผยให้เห็นว่าสหราชอาณาจักรนั้นเป็นประเทศที่มีความคุ้มค่าทางการเงินมากที่สุดแห่งหนึ่ง และจัดอยู่ในอันดับแรกในหมู่ประเทศกลุ่มจี 8 ในเรื่องของจำนวนการกล่าวอ้างยกย่องที่เกี่ยวกับการใช้จ่ายสาธารณะด้านการวิจัยและการพัฒนา

นอกจากนี้ สหราชอาณาจักรยังเป็นรองเพียงประเทศสหรัฐอเมริกาในด้านการชี้วัดความเป็นผู้นำด้านวิทยาศาสตร์ ซึ่งรวมถึงวิทยาศาสตร์คลีนิค วิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมและสังคม

ทบวงการค้าและการลงทุนในสหราชอาณาจักร (UK Trade and Investment –UKTI) ซึ่งเป็นองค์กรของรัฐบาลเพื่อการพัฒนาธุรกิจระหว่างประเทศ สนับสนุนส่งเสริมให้บริษัทห้างร้านด้านนวัตกรรมให้มาเปิดกิจการในสหราชอาณาจักร เพื่ออาศัยความได้เปรียบในความเป็นเลิศทางวิชาการและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ดี

ในปีที่แล้วนั้น มีการลงทุนด้านการวิจัยและการพัฒนามากกว่า 200 รายในสหราชอาณาจักร ซึ่งได้ช่วยสร้างงานหรือปกป้องแรงงานมากกว่า 18,000 ตำแหน่ง

หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ เทสซ่า ฟราส์ (TesaFras) ณ สำนักงานประชาสัมพันธ์ สำนักงานการค้าและการลงทุนในสหราชอาณาจักร ที่หมายเลข 02072158483 หรือทางอีเมลล์ tessa.fras@ukti.gsi.gov.uk.

Back to newsroom




ข้อแนะนำต่างๆ

กลับขึ้นไปข้างบน

กลับไปข้างบน