ความชำนาญของเรา
รัฐบาลอังกฤษได้เพิ่มการให้ทุนสาธารณะจำนวนมากขึ้นสำหรับการวิจัยและพัฒนาตลอดสิบปีที่ผ่านมาโดยมีเป้าหมายเพิ่มระดับการทำงานวิจัยและพัฒนาจากร้อยละ 1.9 เป็นร้อยละ 2.5 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศภายในปี 2014
อังกฤษเป็นหนึ่งในประเทศที่มีชุมชนด้านวิทยาศาสตร์และการวิจัยที่มีผลผลิตและการสร้างสรรค์ระดับแนวหน้าของโลก แม้ด้วยจำนวนประชากรเพียง 1 % ของโลกหากมีผลงานที่ได้รับการยกย่องกล่าวถึงในวรสารตีพิมพ์ถึงร้อยละ12ของโลก-ในยุคที่เอกสารตีพิมพ์โดยนักวิทยาศาสตร์อังกฤษได้รับการหยิบยกไว้ในเอกสารงานวิจัยของนักค้นคว้าอื่นๆ- และมีการตีพิมพ์งานเอกสารที่มีความโดดเด่นสูงสุดเกือบร้อยละ 13
นับแต่ปี 1998 เหล่ามหาวิทยาลัยพากันจัดตั้งบริษัทใหม่ๆ ขึ้นเมื่องานวิจัยนำไปสู่การผลิตสินค้านั้นจริง รายรับจากลิขสิทธิ์และใบสมัครสิทธิบัตรเพิ่มขึ้นเป็นสี่เท่า ทักษะอันมีคุณภาพของบริษัทในอังกฤษได้รับการยกย่องจากบริษัทที่ต้องอาศัยงานวิจัยและพัฒนาว่าเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจเลือกมาลงทุนในประเทศอังกฤษ
กระทรวงนวัตกรรม,มหาวิทยาลัยและทักษะ (Department of Innovation,Universities and Skills)(DIUS) เป็นกระทรวงระดับหน้าของรัฐบาลอังกฤษซึ่งรับผิดชอบต่อการพัฒนา จัดหาทุนและจัดการวิทยาศาสตร์และการค้นคว้าทั่วประเทศอังกฤษ
สำนักงานรัฐบาลเพื่อการวิทยาศาสตร์ (Government Office for Science) นำขบวนโดยหัวหน้าที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ของรัฐบาล คือศาสตราจารย์จอห์น แบดดิงตัน CMG FRS จัดเป็นส่วนหนึ่งของ DIUS ซึ่งมีความรับผิดชอบให้คำแนะนำด้านนโยบายและประเด็นทางวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมต่อนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐบาล
ที่ประชุมวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมของโลก (the Global Science and Innovation Forum) (GSIF) เป็นหน่วยงานระดับรัฐบาลผู้ดูแลการประสานงานความร่วมมือทางด้านวิทยาศาตร์และนวัตกรรมระหว่างชาติ โดยแนะแนวเชิงกลยุทธ์และสอดส่องสังเกตเรื่องใหม่ๆ ในเดือนตุลาคม 2005 GSIF ตีพิมพ์เรื่อง กลยุทธ์เพื่องานนานาชาติในด้านวิจัยแลพัฒนา และเมื่อเร็วๆนี้ได้ตีพิมพ์เรื่อง วิทยาศาตร์และนวัตกรรมอังกฤษซึ่งเป็นใจกลางของความรู้ด้านเศรษฐกิจทั่วโลก
สมาชิกของ GSIF คือ:
กระทรวงต่างประเทศอังกฤษ (Foreign & Commonwealth Office)
กระทรวงนวัตกรรม, มหาวิทยาลัยและทักษะ (DIUS)
บริติช เคาน์ซิล (British Council)
กระทรวงพาณิชย์และการลงทุน (UK Trade & Investment(UKTI)
สภาวิจัยอังกฤษ(UKRC)
เดอะ รอแยล โซไซตี้ (The Royal Society)
กระทรวงการพัฒนาต่างประเทศ (DfID)
กระทรวงสิ่งแวดล้อม อาหารและกิจการชนบท (DEFRA)
กระทรวงสาธารณสุข (DoH)
บทบาทของกระทรวงการต่างประเทศ
กระทรวงการต่างประเทศตั้งเครือข่ายวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม (Science and Innovation Network (SIN)ของตนขึ้นมาในปี 2000 เพื่อรองรับความสำคัญในการเติบใหญ่ของวิทยาศาสตร์,เทคโนโลยีและนวัตกรรม พนักงานผู้ทุ่มเทตนในสถานทูตอังกฤษ 39 แห่งและกงศุลต่างประเทศล้วนประสานความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆ รวมทั้ง บริติชเคานซิล และทบวงการค้าและการลงทุนอังกฤษ เครือข่ายวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม (SIN) มีเป้าหมายสี่ประการคือ:
- ความร่วมมือกันทางวิทยาศาสตร์
- นวัตกรรม
- กำหนดแนวทาง
- วางนโยบาย
หน่วยงานอื่นๆ
นวัตกรรมสภาสามัญ (The House of Common Innovation), คณะกรรมการมหาวิทยาลัยและทักษะ (Universities and Skills Committee)
สภาวิทยาศาสตร์ (The Science Council) ทำให้วิทยาศาสตร์ก้าวหน้าและนำไปใช้เพื่อสาธารณประโยชน์
สภาเพื่อวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (The Council For Science and Technology(CST) เป็นหน่วยงานที่ปรึกษาอิสระระดับสูงของรัฐบาลด้านนโยบายทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี