• ประเทศอังกฤษ
  • 09:04 25 พฤศจิกายน 2009

พลังงานที่นำกลับมาใช้ใหม่

พลังงานที่นำกลับมาใช้ใหม่ มาจากแหล่งที่ไม่สามารถใช้หมดได้ เช่น ลม ดวงอาทิตย์ น้ำและคลื่น แทนการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล เช่นน้ำมัน และถ่านหิน

การใช้พลังงานที่นำกลับมาใช้ใหม่ จัดเป็นแผนระยะยาวในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของรัฐบาลอังกฤษ เป้าหมายปัจจุบันคือการลด 60 % ภายในปี 2050

รัฐบาลต้องการให้ส่งกระแสไฟฟ้า 10 %  จากแหล่งพลังงานที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ภายในปี 2010  ในปี 2005 การจัดส่งกระแสไฟฟ้าของอังกฤษ 4.2 % จะมาจากทุกแหล่งของพลังงานที่นำกลับมาใช้ใหม่ ดังนั้นระยะทางยังจัดว่าอีกยาวไกลนัก

แหล่งพลังงานหลายแห่งที่นำกลับมาใช้ใหม่ กำลังได้รับการพัฒนาโดยกระทรวงเพื่อธุรกิจ,วิสาหกิจและการปฏิรูประเบียบ ซึ่งเดิมคือกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรม โดยได้รับความช่วยเหลือจากกระทรวงสิ่งแวดล้อม,อาหาร และกิจการชนบทซึ่งรวมถึง:

  • ลม
  • มวลชีวะ
  • แสงอาทิตย์
  • ไฟฟ้าพลังน้ำ
  • ความร้อนจากพื้นดิน
  • คลื่นและน้ำขึ้นน้ำลง

มูลนิธิพลังงานแห่งชาติ (National Energy Foundation) เป็นหน่วยงานการกุศลระดับแนวหน้าที่ให้คำแนะนำเรื่องการใช้และการผลิตพลังงานแบบยั่งยืน อีกทั้งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ ดูข้อมูลพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์

ลม
พลังลมมักผลิตโดยกังหันซึ่งตั้งอยู่นอกชายฝั่งหรือบนฝั่ง ลมเป็นแหล่งพลังงานที่นำกลับมาใช้ใหม่ที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสามในอังกฤษ รองจากมวลชีวะและไฟฟ้าที่ใช้พลังน้ำ

โดยรวมแล้ว ปัจจุบันทั้งกังหันลมนอกชายฝั่งและบนฝั่ง จัดส่งกระแสไฟฟ้าในอังกฤษมากกว่า 0.3 % ซึ่งมากพอจะส่งให้บ้านเรือนราว 400,000 หลัง

พลังงานลมทั้งบนฝั่งและนอกชายฝั่ง ได้รับการคาดหมายว่าจะใช้เป็นพลังงานครึ่งหนึ่งของพลังงานที่นำกลับมาใช้ใหม่ จากเป้าหมายทั้งหมด 10 % ของรัฐบาล ตัวเลขนี้อาจเปลี่ยนไปได้ เนื่องจากเมื่อเร็วๆนี้ DBERR เพิ่งประกาศแผนการเพิ่มจำนวนและขนาดกังหันนอกชายฝั่งจำนวนมาก

ปัจจุบันมีฟาร์มลมนอกชายฝั่งหกแห่งในอังกฤษ และยังมีอีกมากมายในท่อน้ำ

ดูข้อมูลเรื่องฟาร์มกังหันลมทั้งในและนอกฝั่งน้ำในอังกฤษได้ที่เว็บไซต์ British Wind Energy Association และดูเรื่องพลังลมได้ที่เว็บไซต์ DBERR

มวลชีวะ
มวลชีวะเป็นอินทรีย์วัตถุจากพืชและสัตว์ จัดเป็นแหล่งพลังงานนำกลับมาใช้ใหม่ เพราะเราสามารถปลูกต้นไม้และพืชพันธ์มากขึ้นได้และกากของเสียก็จะยังคงมีอยู่เสมอ ไม่รวมน้ำมันฟอสซิลซึ่งใช้เวลาสร้างนับพันๆ ปี

พลังงานทางเคมีในมวลชีวะถูกปล่อยออกมาเป็นความร้อนเมื่อถูกเผา ของเสียจากไม้หรือขยะสามารถนำมาเผาไหม้ เพื่อสร้างไอน้ำสำหรับผลิตไฟฟ้า หรือเพื่อให้ความร้อนต่ออุตสาหกรรมหรือบ้านเรือน

การเผามวลชีวะมิใช่หนทางเดียวในการปล่อยพลังงาน หากสามารถแปลงเป็นรูปแบบใช้งานได้อื่นๆ เช่น แก๊สมีเธน หรือเชื้อเพลิงเช่นอีเธอร์นัล และไบโอดีเซล

ดูเรื่องปัจจุบันอังกฤษกำลังใช้มวลชีวะอย่างไรได้จากเว็บไซต์ DBERR และดูข้อมูลเรื่องเชื้อเพลิงใดที่ใช้ทำการวิจัยและพัฒนาที่เว็บไซต์ Biomass Energy Centre

พลังงานแสงอาทิตย์
พลังงานแสงอาทิตย์เกี่ยวข้องกับการยึดและควบคุมพลังงานของดวงอาทิตย์ ซึ่งมีวิธีทำหลักๆ ได้สามประการดังนี้:

  • การออกแบบการใช้พลังงานจากดวงอาทิตย์โดยอ้อม ทำให้รูปทรงและโครงสร้างอาคารจับพลังงานแสงอาทิตย์ และลดความต้องการแสงและความร้อนสังเคราะห์
  • การทำน้ำร้อนจากดวงอาทิตย์แปลงรังสีจากดวงอาทิตย์ให้เป็นความร้อนซึ่งสามารถนำมาใช้โดยตรงหรือเก็บเอาไว้
  • แผงรับแสงแดด แปลงแสงสว่างตอนกลางวันให้กลายเป็นกระแสไฟฟ้า

มีตลาดขนาดเล็ก สำหรับการทำความร้อนจากดวงอาทิตย์โดยตรงในอังกฤษ ซึ่งมียอดขายต่อเนื่องนับตั้งแต่กลางทศวรรษ 1980 แต่ละปีจะมีการติดตั้งระบบทำความร้อนจากดวงอาทิตย์ 10,000 แห่ง และปัจจุบันมีติดตั้งแล้วมากกว่า 100,000 แห่ง

ดูเรื่องการใช้พลังงานดวงอาทิตย์ของอังกฤษในปัจจุบันได้จากเว็บไซต์ DBERR และดูข้อมูลเรื่องพลังงานดวงอาทิตย์ได้จาก Energy Saving Trust

ไฟฟ้าพลังน้ำ
คือกระแสไฟฟ้าที่ผลิตจากน้ำ ปรกติแล้วน้ำในอ่างเก็บน้ำซึ่งมักสร้างจากการทำเขื่อนกั้นแม่น้ำ จะถูกแปลงเป็นพลังงานโดยส่งตามท่อไปยังกังหันน้ำ กังหันใช้ร่วมกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า

กระแสไฟฟ้าที่ใช้พลังน้ำ ส่งกระแสไฟฟ้าหนึ่งในห้าของโลกให้กับผู้ใช้งานนับพันล้านคน

ปัจจุบันอังกฤษ ผลิตกระแสไฟฟ้า 0.8 % จากกระแสไฟฟ้าที่ใช้พลังน้ำ-ส่วนใหญ่จ่ายให้ทางที่ราบสูงสก๊อต

ดูเรื่องกระแสไฟฟ้าอังกฤษที่ใช้กระแสไฟฟ้าที่ใช้พลังน้ำได้จากเว็บไซต์ DBERR

พลังงานความร้อนจากพื้นดิน
ซึ่งเป็นความร้อนที่เก็บกักอยู่ใต้ผิวโลกลึกลงไป สามารถกระจายใช้เป็นพลังงานที่โรงไฟฟ้าหลายแห่งใช้งานอยู่

ปัจจุบันอังกฤษมีโรงไฟฟ้าที่ใช้พลังความร้อนจากพื้นดินเพียงหนึ่งแห่ง ประมาณได้ว่าแหล่งอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของอังกฤษ 1,550 แห่งที่สามารถติดตั้งระบบปั๊มความร้อนได้

ดูเรื่องพลังงานความร้อนจากพื้นดินในอังกฤษได้จากเว็บไซต์ DBERR

คลื่นและน้ำขึ้นน้ำลง
ทั้งพลังคลื่นและพลังจากน้ำเกี่ยวข้องกับการควบคุมการเคลื่อนไหวของพลังงานที่มีอยู่ในมหาสมุทรและแปลงเป็นพลังงานกระแสไฟฟ้า

พลังงานคลื่น
ตามทฤษฎีนั้นคลื่นในมหาสมุทรสามารถเป็นแหล่งพลังงานที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้อย่างไม่จำกัด มีพลังงานมากมายในมหาสมุทรและในหลายบริเวณในโลกที่มีลมพัดสม่ำเสมอและแรงพอจะทำให้เกิดคลื่นอย่างต่อเนื่อง ใช้เครื่องมือแยกพลังคลื่นจากการเคลื่อนไหวบนผิวหน้าคลื่นโดยตรง ซึ่งจะสามารถแปลงเป็นกระแสไฟฟ้าโดยเครื่องจักร

เครื่องจักรนี้สามารถนำไปตั้งที่ริมฝั่งหรือในน้ำทะเลลึกนอกชายฝั่งได้ มีเครื่องมือพลังงานคลื่นสองชนิดในอังกฤษ คือ LIMPET (Land Installed Marine Powered Energy Transformer) อยู่ที่เกาะอิสเลย์ที่สก๊อตแลนด์ และทะเลพีลามิสมีศูนย์พลังงานทางน้ำแห่งยุโรปที่สก๊อตแลนด์ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการทดสอบ

แผนอื่นๆ รวมถึงเครื่องมือที่ออร์คนีย์ ทางเหนือของสก๊อตแลนด์และที่ทางเหนือของชายฝั่งทะเลคอร์นวอลล์

ดูเรื่องการใช้พลังงานคลื่นของอังกฤษได้ที่เว็บไซต์ DBERR

พลังงานจากน้ำขึ้นน้ำลง
พลังงานน้ำขึ้นลงใช้การเคลื่อนไหวของน้ำที่เกิดจากกระแสน้ำขึ้นลง หรือระดับน้ำทะเลขึ้นลงอันเนื่องมาจากกระแสน้ำ แม้ยังไม่ได้ใช้อย่างแพร่หลาย แต่มีศักยภาพสำหรับการจ่ายกระแสไฟฟ้าในอนาคต และสามารถคาดการณ์ได้มากกว่าพลังงานลมและดวงอาทิตย์

เทคโนโลยีซึ่งต้องใช้การควบคุมพลังงานน้ำขึ้นลงนั้นมีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับ แต่ยังมีราคาแพงและมีการใช้งานน้อย คือประมาณ 40 แห่งทั่วโลก

อังกฤษสร้างแหล่งพลังงานน้ำขึ้นลงที่ชายฝั่งตะวันตก และยังมีที่อื่นๆเพิ่มเติมอีกอย่างน้อย 30 แห่งทั่วประเทศ ต้นแบบที่ก้าวหน้ามากที่สุดในปัจจุบันซึ่งรองรับโปรแกรมเทคโนโลยีของ DBERR คือโครงการ Seaflow ซึ่งใช้งานอยู่ทางเหนือของชายฝั่งเดวอนนับแต่เดือนมิถุนายน 2003

ดูเรื่องพลังน้ำขึ้นลงของอังกฤษได้จากเว็บไซต์ DBERR




กลับไปข้างบน