เส้นทางสู่โคเปนเฮเกน (22/07/2009)
รัฐบาลสหราชอาณาจักรแถลงการณ์เพื่อการตกลงเรื่องสภาพภูมิอากาศของโลก - นายกรัฐมนตรีเสนอให้มีการระดมเงิน 100 ล้านล้านเหรียญเพื่อการดำเนินการ
“ขณะนี้คือห้วงเวลาแห่งความเป็นความตายสำหรับสภาพภูมิอากาศของเราและอนาคตของเรา” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงภูมิอากาศและพลังงาน มร. เอ๊ด มิลิแบนด์ กล่าวในวันนี้ ในขณะที่รัฐบาลได้กำหนดทิศทางโดยละเอียดชัดแจ้งเป็นครั้งแรกก่อนหน้าการประชุมเรื่องสภาพภูมิอากาศของโลก
และโดยการกล่าวสุนทรพจน์ที่สำคัญที่มุ่งจะปลดล๊อคประเด็นปัญหาที่มีข้อโต้แย้งในการประชุมมากที่สุด นายกรัฐมนตรี มร. กอร์ดอน บราวน์ ได้ประกาศจุดยืนใหม่ท่ามกลางผู้นำชาติต่างๆ ของโลกโดยการกำหนดวิธีการที่โลกพึงต้องเสียสละดำเนินการ เพื่อหลีกเลี่ยงภัยพิบัติอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการปรับตัวเพื่อรองรับผลกระทบจากเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก
ด้วยเวลาที่เหลือไม่ถึงหกเดือนก่อนการประชุมเจรจาที่สำคัญเรื่องสภาพภูมิอากาศของโลก ณ กรุงโคเปนเฮเกน เมืองหลวงของประเทศเดนมาร์ก รัฐบาลในวันนี้ได้ประกาศกำหนดนโยบายเป็นครั้งแรกว่าเพราะเหตุใดข้อตกลงระหว่างประเทศเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจึงมีความสำคัญต่อโลก และการตกลงในเรื่องนี้ต้องมีการระบุในประเด็นใดบ้าง สหราชอาณาจักรโต้แย้งว่าการตกลงเรื่องการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของโลกนั้นจะต้อง
- หาญกล้า – โดยให้มีการจำกัดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้เป็น 2 องศา และโดยการดำเนินการให้มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกถึงขีดสูงสุดและเริ่มลดลงภายในปีพ.ศ. 2563 และให้มีการปล่อยก๊าซลดน้อยลงอย่างต่อเนื่องจนถึงปริมาณเกือบครึ่งหนึ่งของระดับปริมาณการปลดปล่อยก๊าซในปีพ.ศ. 2533 ภายในปีพ.ศ. 2593
- มีประสิทธภาพ – ดำเนินการให้ทุกประเทศรักษาคำมั่นที่ได้ให้ไว้ โดยจัดให้มีการตรวจติดตาม รายงาน และพิสูจน์ทราบอย่างเข้มงวด และดำเนินการให้มีการไหลของเม็ดเงินไปยังที่ที่จะทำให้เกิดความแตกต่างมากที่สุดโดยการพัฒนาตลาดคาร์บอน
- เป็นธรรม – สนับสนุนประเทศยากจนต่างๆ ให้ลดปริมาณการปล่อยก๊าซ และดำเนินการให้มีการปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก ความสำเร็จของการประชุมเจรจา ณ กรุงโคเปนเฮเกนนั้น ย่อมมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของสหราชอาณาจักรในอนาคต ด้วยเช่นกัน การทำให้สหราชอาณาจักรเป็นประเทศที่มีการปลดปล่อยคาร์บอนน้อย และการดำเนินการให้การตกลงเจรจาที่กรุงโคเปนเฮเกนประสบผลสำเร็จ ย่อมเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจและเศรษฐกิจของประเทศ ในขณะนี้มีคนงานมากกว่า 800,000 คนที่ทำงานอยู่ในภาคส่วนการปลดปล่อยคาร์บอนน้อยในสหราชอาณาจักร และมีการคาดการณ์ว่าจะมีการจ้างงานมากกว่าหนึ่งล้านคนภายในกลางทศวรรษหน้า
ในสุนทรพจน์นั้น ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ได้เสนอวิธีการในการดำเนินการให้ประเทศที่พัฒนาและประเทศที่กำลังพัฒนากระทำข้อตกลงในกลไกการชำระเงินเพื่อการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก ฯพณฯ ได้เรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ร่วมมือกันในการระดมเงินทุนทั่วโลกเป็นจำนวนเงินราว 100 ล้านล้านเหรียญต่อปีภายในปีพ.ศ. 2563 เพื่อช่วยให้ประเทศที่กำลังพัฒนาสามารถลดการปล่อยก๊าซ แก้ไขปัญหาการตัดไม้ทำลายป่า และปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ได้ นอกจากนี้ ฯพณฯ ยังได้ให้คำมั่นว่า สหราชอาณาจักรจะดำเนินการจัดหาเงินทุนเพิ่มเติมนอกเหนือไปจากพันธะที่ได้ให้ไว้ต่อการให้ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาอย่างเป็นทางการในปัจจุบันอีกด้วย
ในแถลงการณ์เรื่อง “เส้นทางสู่โคเปนเฮเกน” ซึ่งเป็นแถลงการณ์เกี่ยวกับการตกลงเจรจาเรื่องภูมิอากาศของโลก มร. เอ๊ด มิลิแบนด์ กล่าวว่า
“ขณะนี้คือห้วงเวลาแห่งความเป็นความตายสำหรับสภาพภูมิอากาศและอนาคตของเรา ด้วยเวลาที่เหลือน้อยกว่าหกเดือนก่อนการประชุมครั้งสำคัญที่กรุงโคเปนเฮเกน มันเป็นที่ชัดเจนว่าเราไม่มีแผนสองสำหรับโลกของเราอีกต่อไป”
“โลกไม่มีทางเลือกอื่นอีกนอกจากต้องหันมาให้ความร่วมมือกันให้เกิดการตกลงในเรื่องสภาพภูมิอากาศที่หาญกล้า มีประสิทธิภาพ และเป็นธรรม”
“แถลงการณ์เรื่องสภาพภูมิอากาศของเรานั้นได้จัดให้ประชาชนในสหราชอาณาจักรเป็นแนวหน้า และเป็นศูนย์กลางของความพยายามในอ้นที่จะให้เกิดข้อตกลงเรื่องสภาพภูมิอากาศให้ได้”
“สำหรับประชาชนในสหราชอาณาจักรแล้ว การได้ข้อตกลงเรื่องสภาพภูมิอากาศในขณะนี้ ย่อมหมายความว่าจะเป็นการลดความเสี่ยงของอนาคตที่เลวร้ายที่จะเกิดจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และค่าใช้จ่ายอันมหาศาลที่จะเกิดขึ้นอันเนื่องมาจากผลกระทบดังกล่าวนั้น อย่างไรก็ดี ข้อตกลงนี้จะเป็นการเปิดทางไปสู่โอกาสใหม่ๆ ในการสร้างงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ”
ก่อนการประชุมสุดยอดผู้นำ 8 ประเทศและการประชุมกลุ่มประเทศเศรษฐกิจที่สำคัญในประเทศอิตาลีในเดือนหน้า มร. กอร์ดอน บราวน์ ได้เรียกร้องให้ผู้นำประเทศต่างๆ ดังกล่าวตกลงเห็นชอบในระบบการจัดหาเงินทุนแบบใหม่ในอันที่จะให้ความช่วยเหลือที่คาดการณ์ได้และเพิ่มเติมแก่ประเทศที่กำลังพัฒนาต่างๆ ซึ่งการดำเนินการเช่นว่านี้ย่อมจะต้องประกอบไปด้วยการลงทุนผ่านตลาดคาร์บอนโลก กลไกใหม่ๆ ในการระดมเงินจากสาธารณชน และการจัดสรรเงินในอัตราส่วนที่จำกัดของการช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาอย่างเป็นทางการ
เงินทุนนี้จะช่วยให้ประเทศที่กำลังพัฒนาลดการปล่อยก๊าซ ใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และลดการตัดไม้ทำลายป่า รวมถึงการให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศที่ยากจนและอ่อนด้อยที่สุดให้สามารถรองรับผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกที่เกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบันได้
ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียังได้เสนอให้มีการนำเสนอเรื่องผลกระทบอย่างร้ายแรงและการจัดการด้านสถาบัน เพื่อเป็นการสะท้อนให้ประเทศที่กำลังพัฒนาได้เห็นถึงวิธีการใช้เงิน และเพื่อส่งเสริมการประสานงานระหว่างสถาบันอันเกี่ยวกับการดำเนินการเรื่องสภาพภูมิอากาศของโลก
ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี มร. กอร์ดอน บราวน์ ได้กล่าวกับเอกอัครราชทูตจากนานาประเทศ กลุ่มอนุรักษ์ และองค์กรธุรกิจต่างๆ ที่ได้มาร่วมในงานแถลงการณ์ที่กรุงลอนดอนว่า
“สหราชอาณาจักรมุ่งที่จะให้เกิดการตกลงเห็นชอบในข้อตกลงระหว่างประเทศในการประชุม ณ กรุงโคเปนเฮเกน อันจะเป็นการทำให้โลกของเราเดินไปสู่เส้นทางที่พ้นจากอันตรายอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทุกประเทศต่างต้องดำเนินการ แต่การที่จะช่วยประเทศที่กำลังพัฒนาให้สามารถเป็นประเทศที่มีการปล่อยคาร์บอนน้อยและมีการเจริญเติบโตในสภาพภูมิอากาศที่ยืดหยุ่นได้นั้น เราต้องพัฒนาระบบการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแบบใหม่ เพื่อให้ประเทศเหล่านี้สามารถใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการตัดไม้ทำลายป่า และการปรับตัวให้เข้ากับสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปได้ ผมหวังว่าข้อเสนอที่ผมได้กล่าวในวันนี้จะสามารถช่วยให้การเจรจาดำเนินไปในทิศทางดังกล่าวนี้ได้”
ดักลาส อเล็กซ์ซานเด้อร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาแห่งสหราชอาณาจักร กล่าวเสริมว่า
“การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นประเด็นปัญหาของการพัฒนา ประชาชนที่ยากจนที่สุดในโลกจะเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากการที่ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นและจากสภาพอากาศอันเลวร้าย อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งที่งานของเราในการแก้ปัญหาความยากจนต้องตระหนักให้ดีถึงปัญหานี้
“นี่คือเหตุผลที่ทำไมเราถึงต้องการเงินทุนเพิ่มเติมจากงบประมาณด้านความช่วยเหลือที่ได้รับอยู่ในปัจจุบัน และนี่คือเหตุผลที่ทำไมสหราชอาณาจักรจึงเป็นผู้นำในการให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศที่กำลังพัฒนา ทั้งในด้านการเตรียมพร้อมสำหรับผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการสร้างประเทศของตนให้เป็นประเทศที่มีการปล่อยคาร์บอนน้อยในอนาคต”
โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของการนับถอยหลังของวันประชุมที่กรุงโคเปนเฮเกน รัฐบาลในวันนี้
- ได้จัดพิมพ์และเสนอต่อรัฐสภาเอกสารเรื่อง “เส้นทางสู่โคเปนเฮเกน” อันเป็นเอกสารที่ระบุถึงเหตุผลว่าทำไมการตกลงเจรจาในครั้งนี้จึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง และยังถือเป็นครั้งแรกอีกด้วยที่รัฐบาลแห่งสหราชอาณาจักรได้ระบุรายละเอียดของข้อเสนอที่รัฐบาลกำลังผลักดันให้เกิดขึ้น
- จำหน่ายจ่ายแจกเอกสารเรื่อง “เส้นทางสู่โคเปนเฮเกน” ร่วม 20,000 เล่ม ซึ่งได้จัดพิมพ์เผยแพร่ในเว็บไซต์อีกด้วย โดยได้จัดส่งเอกสารดังกล่าวไปยังโรงเรียน ศูนย์ให้คำปรึกษา และห้องสมุดทุกแห่ง เอกสารดังกล่าวได้อธิบายถึงเหตุผลของความสำคัญในการที่ต้องให้มีการกระทำข้อตกลงระดับโลก และได้เสนอแนวทาง 15 วิธีที่เราแต่ละคนจะสามารถทำได้ในการลดปริมาณคาร์บอน อันถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามทั่วโลก
- เปิดเว็บไซต์ www.actoncopenhagen.gov.uk ซึ่งเป็นเว็บไซต์ทางการของรัฐบาลแห่งสหราชอาณาจักรที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเจรจาเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เว็บไซต์นี้จะถือเป็นศูนย์กลางในประเทศและระหว่างประเทศในการนำเสนอข้อมูลและการติดต่อสื่อสาร อันเป็นการปูพื้นเพื่อนำไปสู่การประชุมสหประชาชาติที่กรุงโคเปนเฮเกนในปีพ.ศ. 2552
- นำเสนอวิธีการใหม่ที่ได้รับการแก้ไขปรับปรุงแล้วอันเกี่ยวกับดำเนินการด้านคาร์บอนมอนอกไซด์โดยการคำนวณหาปริมาณคาร์บอนทางเว็บไซต์ โดยที่ประชาชนสามารถเข้าไปที่เว็บไซต์นี้ และค้นหาวิธีการในการลดคาร์บอนของตน ซึ่งเป็นการประหยัดเงินและประหยัดเวลาอีกด้วย [http://actonco2.direct.gov.uk
- การประกาศในวันนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนการดำเนินการ 5 ประการของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ คือ
-
- ปกป้องประชาชนจากความเสี่ยงที่ต้องเผชิญอยู่ในขณะนี้
- เตรียมความพร้อมเพื่ออนาคตโดยการปรับตัวเพื่อรองรับสถานการณ์
- ผลักดันให้เกิดข้อตกลงระหว่างประเทศ
- สร้างสหราชอาณาจักรให้เป็นประเทศที่มีการปล่อยคาร์บอนน้อย
- ดำเนินการให้ทุกคนมีส่วนร่วม
ซึ่งเป็นไปตามการคาดการณ์เหตุที่จะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของสหราชอาณาจักรที่ได้มีการจัดพิมพ์ขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยเป็นการแสดงให้เห็นว่า หากประเทศต่างๆ ในโลกยังคงมุ่งที่จะเพิ่มการปลดปล่อยก๊าซมากขึ้นแล้ว ดังนี้ ภายในช่วงปีพ.ศ. 2623 - พ.ศ. 2632 สหราชอาณาจักรอาจจะมีอุณภูมิสูงขึ้นอีกถึง 12 องศาเซลเซียสในวันที่ร้อนที่สุดในฤดูร้อน และระดับน้ำทะเลอาจจะสูงขึ้นอีกถึง 36 ซม.
Notes for Editors
1. เส้นทางสู่โคเปนเฮเกนและเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องสามารถดูได้ที่เว็บไซต์ที่เปิดใหม่ คือ www.actoncopenhagen.gov.uk
2. รายละเอียดการคาดการณ์เหตุที่จะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศสามารถดูได้ที่ http://ukcp09.defra.gov.uk/